ญี่ปุ่นชี้เหตุบอลไทยไม่พัฒนา หลายคนสงสัยว่าทำไมฟุตบอลเมืองไทยถึงไม่พัฒนา โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ในอดีตเขาสูสีกับเรา แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นพัฒนาหนีไทยไปไกลแล้ว ชนิดที่เรียกได้ว่าเขาไปสู่เกมระดับโลกแล้ว ขณะที่เรายังอยู่แค่อาเซี่ยน เรื่องการไม่พัฒนาของฟุตบอลบ้านเรานั้น มีการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กันมากมายแล้ว แต่ว่าใครจะคิดอย่างไร ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์นั้นเพื่อต้องการเห็นฟุตบอลไทยก้าวไปไกลกว่านี้นั่นเอง คนไทยวิจารณ์ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากว่าญี่ปุ่นวิจารณ์นี่ซิถือว่าไม่ธรรมดาแน่นอน ผมกำลังจะบอกให้ทราบว่าวันก่อนที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ระหว่างทีมชาติไทยกับญี่ปุ่น ได้มีการจัดแถลงข่าวและประชุมผู้จัดการทีม ปรากฏว่าในวันนั้นมีสื่อมวลชนญี่ปุ่นที่เดินทางติดตามมาทำข่าวแห่เข้าไปทำข่าวร้อยกว่าชีวิต ขณะที่ในบ้านเราเองมีไปเพียง ช่อง 3 เท่านั้น นอกนั้นไม่มีใครสนใจ จากเหตุการณ์นี้ทำให้ทางญี่ปุ่นเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมสื่อมวลชนไทยถึงไม่สนใจเสนอข่าวการแข่งขันครั้งนี้ ทันทีที่พวกเขาเห็นจึงบอกว่าพวกเขารู้แล้วทำไมฟุตบอลเมืองไทยไม่พัฒนา ในเมื่อสื่อมวลชนไทยยังไม่สนใจที่จะช่วยปลุกกระแส หรือช่วยนำเสนอข่าวคงลำบาก ญี่ปุ่นยังสอบถามอีกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกแบบนี้ สื่อมวลชนไทยไม่เสนอข่าวแล้วไปให้ความสำคัญข่าวอะไร ซึ่งมีคนชี้แจงว่าสนใจการแข่งขันฟุตบอลยูโร เนื่องจากคนไทยสนใจติดตามกันทั่วประเทศ เชื่อหรือไม่ญี่ปุ่นสวนกลับมาว่า "ทีมชาติไทยได้ไปร่วมแข่งขันด้วยหรือถึงสนใจกันทั้งประเทศ" ทำเอาคนที่สนทนาที่ตอบคำถามหน้าชาไปเลย จากนั้นญี่ปุ่นยังบอกว่าพวกเขารู้แล้วว่าทำไมฟุตบอลไม่พัฒนา ทั้งที่ความสามารถของนักเตะไทยนั้นไม่ธรรมดา หากมุ่งมั่นตั้งใจกันจริงจะก้าวขึ้นไปเป็นทีมอันดับต้นๆ ของเอเชียได้ไม่ยากเลย พร้อมกันนี้ ญี่ปุ่นยังชี้ให้ดูสื่อมวลชนของเขาที่เดินทางมาเสนอข่าวการแข่งขันครั้งนี้ว่า พวกเขาสนใจขนาดไหน หากว่าสื่อมวลชนให้ความสำคัญ คนในประเทศจะตื่นตัวและนักเตะเองก็จะมีความตั้งใจ บอกตามตรงว่าโดนญี่ปุ่นสอนแบบนี้แล้ว ทำให้มองย้อนกลับมาดูตัวเอง โดยเฉพาะความสนใจ และการให้ความสำคัญของสื่อมวลชนไทยทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ ในฟุตบอลยูโรมากกว่าทีมชาติไทย ตราบใดที่ยังเป็นแบบนี้ เราคงต้องเลิกฝันว่าบอลไทยจะพัฒนาไปสู่ระดับแนวหน้าเอเชีย ส่วนฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แม้แต่คิดเองก็ผิดแล้ว ตอนนี้บอกตามตรงว่าฝันบอลไทยจะไปบอลโลกเลิกฝันกันได้แล้ว หันมาฝันว่าบอลไทยจะเป็นอาชีพกันเมื่อไหร่ หรือจะได้เห็นในชาตินี้หรือไม่ดีกว่า ตราบใดมีฟุตบอลอาชีพ ตราบนั้นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายกับทีมชาติไทยพอจะฝันได้บ้าง แม้จะลมๆ แล้งๆ ก็ตาม ตาลโตนด

ณ ประเทศที่สิ้นหวัง

posted on 16 Jun 2008 11:11 by daypae

ใครออกแบบความก้าวร้าวของเด็ก ๆ
ใครออกแบบความรุรแรงให้วัยรุ่น
ใครออกแบบความตื้นเขินให้นักร้อง
ใครออกแบบความโง่เขลาให้ดารา
ใครออกแบบอัตตาให้ศิลปิน
ใครออกแบบความโอหังให้กวี
ใครออกแบบความอวดดีให้นักเขียน
ให้ออกแบบความหลงตัวเองให้สื่อมวลชน
ใครออกแบบความเลอะเทอะใส่โทรทัศน์
ใครออกแบบความมอมเมาใส่วิทยุ
ใครออกแบบความฟุ้งเฟ้อใส่นิตยสาร
ใครออกแบบความฉาบฉวยใส่ภาพยนตร์
ใครออกแบบความเห็นแก่ตัวให้นักการเมือง
ใครออกแบบความเห็นแก่ตัวให้ประชาชน

ณ ประเทศหนึ่งซึ่งไม่มีใครเชื่อว่าตัวเองผิด
ประเทศหนึ่งซึ่งคิดว่าตัวเองล้วนถูกต้อง
ประเทศซึ่งไม่มีใครเห็นว่าตัวเองทำชั่ว
ประเทศซึ่งทุกคนบนแผ่นดินนั้นต่างคิดว่าตัวเองดี
กอบโกย ทำร้าย แย่งชิง บ้าคลั่ง หลั่งเลือด พังทลาย
ครั้งแล้วครั้งเล่า...

ใครออกแบบประเทศที่สิ้นหวัง
ประเทศนี้.

.พจนาถ พจนาพิทักษ์.
happening magazine

 

ไม่เคยมีรุ้งงามในความฝัน
ไม่มีวันสุขปลื้มลืมหมองไหม้
ไม่ต้องการหวานล้ำนำคำใคร
ไม่อยากได้สิ่งมายาค่านิยม

เพราะฝันคือเสรี
มวลกวีจึงมีฝัน
รู้สึกจึงแบ่งปัน
มุ่งมั่นจึงรวมใจ

บทกวีข้างต้น,
เป็นครั้งแรกที่ได้อ่าน
กวีรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
รู้สึกปิติใจ เมื่อได้อ่าน
แต่เนื่องด้วยความลังเลใจในการเลือกซื้อหนังสือ
ชั่วโมงครึ่งที่อยู่ในซอกของร้านหนังสือ
จึงเป็นการชั่งน้ำหนักหนังสือเสียมากกว่า
ระหว่าง ม้าก้านกล้วย กับ ใบไม้ที่หายไป
งานของคุณ จีระนันท์ พิตรปรีชา
คืองานที่ตัดสินใจหยิบยื่นไปที่เคาน์เตอร์พร้อมหนังสือ
จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม ของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์.

"ใบไม้ที่หายไป"
เป็นกวีนิพนธ์แห่งชีวิตรางวัลซีไรต์ปี 2532.

THAI+JAP

posted on 15 Jun 2008 08:14 by daypae

 

นึกว่าเตะอยู่ที่ญี่ปุ่นซ่ะอีก เห็นกองเชียร์ชาวNippon แทบเต็มสนาม

ทั้ง ๆ ที่พี่ไทยของเราเป็นเจ้าบ้านแท้ ๆ 0 ต่อ 3 คือสกอในนัดนี้

ฝ่ายไหนยิงฝ่ายไหนคงไม่ต้องเอ่ย

แต่ไม่ว่าทีมชาติไทยจะเล่นห่วยขนาดไหนก็ยังเชียร์แหละ

เพราะ บอลนอกแค่สะใจ แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด

logo

posted on 12 Jun 2008 00:00 by daypae