posted on 18 Jun 2008 20:41 by daypae
ญี่ปุ่นชี้เหตุบอลไทยไม่พัฒนา
หลายคนสงสัยว่าทำไมฟุตบอลเมืองไทยถึงไม่พัฒนา
โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ในอดีตเขาสูสีกับเรา แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นพัฒนาหนีไทยไปไกลแล้ว
ชนิดที่เรียกได้ว่าเขาไปสู่เกมระดับโลกแล้ว ขณะที่เรายังอยู่แค่อาเซี่ยน
เรื่องการไม่พัฒนาของฟุตบอลบ้านเรานั้น มีการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กันมากมายแล้ว
แต่ว่าใครจะคิดอย่างไร ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์นั้นเพื่อต้องการเห็นฟุตบอลไทยก้าวไปไกลกว่านี้นั่นเอง
คนไทยวิจารณ์ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากว่าญี่ปุ่นวิจารณ์นี่ซิถือว่าไม่ธรรมดาแน่นอน
ผมกำลังจะบอกให้ทราบว่าวันก่อนที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก
ระหว่างทีมชาติไทยกับญี่ปุ่น ได้มีการจัดแถลงข่าวและประชุมผู้จัดการทีม
ปรากฏว่าในวันนั้นมีสื่อมวลชนญี่ปุ่นที่เดินทางติดตามมาทำข่าวแห่เข้าไปทำข่าวร้อยกว่าชีวิต
ขณะที่ในบ้านเราเองมีไปเพียง ช่อง 3 เท่านั้น นอกนั้นไม่มีใครสนใจ
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ทางญี่ปุ่นเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมสื่อมวลชนไทยถึงไม่สนใจเสนอข่าวการแข่งขันครั้งนี้
ทันทีที่พวกเขาเห็นจึงบอกว่าพวกเขารู้แล้วทำไมฟุตบอลเมืองไทยไม่พัฒนา
ในเมื่อสื่อมวลชนไทยยังไม่สนใจที่จะช่วยปลุกกระแส หรือช่วยนำเสนอข่าวคงลำบาก
ญี่ปุ่นยังสอบถามอีกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกแบบนี้ สื่อมวลชนไทยไม่เสนอข่าวแล้วไปให้ความสำคัญข่าวอะไร
ซึ่งมีคนชี้แจงว่าสนใจการแข่งขันฟุตบอลยูโร เนื่องจากคนไทยสนใจติดตามกันทั่วประเทศ
เชื่อหรือไม่ญี่ปุ่นสวนกลับมาว่า "ทีมชาติไทยได้ไปร่วมแข่งขันด้วยหรือถึงสนใจกันทั้งประเทศ"
ทำเอาคนที่สนทนาที่ตอบคำถามหน้าชาไปเลย จากนั้นญี่ปุ่นยังบอกว่าพวกเขารู้แล้วว่าทำไมฟุตบอลไม่พัฒนา
ทั้งที่ความสามารถของนักเตะไทยนั้นไม่ธรรมดา หากมุ่งมั่นตั้งใจกันจริงจะก้าวขึ้นไปเป็นทีมอันดับต้นๆ
ของเอเชียได้ไม่ยากเลย
พร้อมกันนี้ ญี่ปุ่นยังชี้ให้ดูสื่อมวลชนของเขาที่เดินทางมาเสนอข่าวการแข่งขันครั้งนี้ว่า พวกเขาสนใจขนาดไหน
หากว่าสื่อมวลชนให้ความสำคัญ คนในประเทศจะตื่นตัวและนักเตะเองก็จะมีความตั้งใจ
บอกตามตรงว่าโดนญี่ปุ่นสอนแบบนี้แล้ว ทำให้มองย้อนกลับมาดูตัวเอง โดยเฉพาะความสนใจ
และการให้ความสำคัญของสื่อมวลชนไทยทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ ในฟุตบอลยูโรมากกว่าทีมชาติไทย
ตราบใดที่ยังเป็นแบบนี้ เราคงต้องเลิกฝันว่าบอลไทยจะพัฒนาไปสู่ระดับแนวหน้าเอเชีย
ส่วนฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แม้แต่คิดเองก็ผิดแล้ว
ตอนนี้บอกตามตรงว่าฝันบอลไทยจะไปบอลโลกเลิกฝันกันได้แล้ว
หันมาฝันว่าบอลไทยจะเป็นอาชีพกันเมื่อไหร่ หรือจะได้เห็นในชาตินี้หรือไม่ดีกว่า
ตราบใดมีฟุตบอลอาชีพ ตราบนั้นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายกับทีมชาติไทยพอจะฝันได้บ้าง แม้จะลมๆ แล้งๆ ก็ตาม
ตาลโตนด
posted on 16 Jun 2008 11:11 by daypae
ใครออกแบบความก้าวร้าวของเด็ก ๆ
ใครออกแบบความรุรแรงให้วัยรุ่น
ใครออกแบบความตื้นเขินให้นักร้อง
ใครออกแบบความโง่เขลาให้ดารา
ใครออกแบบอัตตาให้ศิลปิน
ใครออกแบบความโอหังให้กวี
ใครออกแบบความอวดดีให้นักเขียน
ให้ออกแบบความหลงตัวเองให้สื่อมวลชน
ใครออกแบบความเลอะเทอะใส่โทรทัศน์
ใครออกแบบความมอมเมาใส่วิทยุ
ใครออกแบบความฟุ้งเฟ้อใส่นิตยสาร
ใครออกแบบความฉาบฉวยใส่ภาพยนตร์
ใครออกแบบความเห็นแก่ตัวให้นักการเมือง
ใครออกแบบความเห็นแก่ตัวให้ประชาชน
ณ ประเทศหนึ่งซึ่งไม่มีใครเชื่อว่าตัวเองผิด
ประเทศหนึ่งซึ่งคิดว่าตัวเองล้วนถูกต้อง
ประเทศซึ่งไม่มีใครเห็นว่าตัวเองทำชั่ว
ประเทศซึ่งทุกคนบนแผ่นดินนั้นต่างคิดว่าตัวเองดี
กอบโกย ทำร้าย แย่งชิง บ้าคลั่ง หลั่งเลือด พังทลาย
ครั้งแล้วครั้งเล่า...
ใครออกแบบประเทศที่สิ้นหวัง
ประเทศนี้.
.พจนาถ พจนาพิทักษ์.
happening magazine
posted on 15 Jun 2008 19:13 by daypae
ไม่เคยมีรุ้งงามในความฝัน
ไม่มีวันสุขปลื้มลืมหมองไหม้
ไม่ต้องการหวานล้ำนำคำใคร
ไม่อยากได้สิ่งมายาค่านิยม
เพราะฝันคือเสรี
มวลกวีจึงมีฝัน
รู้สึกจึงแบ่งปัน
มุ่งมั่นจึงรวมใจ
บทกวีข้างต้น,
เป็นครั้งแรกที่ได้อ่าน
กวีรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
รู้สึกปิติใจ เมื่อได้อ่าน
แต่เนื่องด้วยความลังเลใจในการเลือกซื้อหนังสือ
ชั่วโมงครึ่งที่อยู่ในซอกของร้านหนังสือ
จึงเป็นการชั่งน้ำหนักหนังสือเสียมากกว่า
ระหว่าง ม้าก้านกล้วย กับ ใบไม้ที่หายไป
งานของคุณ จีระนันท์ พิตรปรีชา
คืองานที่ตัดสินใจหยิบยื่นไปที่เคาน์เตอร์พร้อมหนังสือ
จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม ของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์.
"ใบไม้ที่หายไป"
เป็นกวีนิพนธ์แห่งชีวิตรางวัลซีไรต์ปี 2532.
posted on 15 Jun 2008 08:14 by daypae
นึกว่าเตะอยู่ที่ญี่ปุ่นซ่ะอีก เห็นกองเชียร์ชาวNippon แทบเต็มสนาม
ทั้ง ๆ ที่พี่ไทยของเราเป็นเจ้าบ้านแท้ ๆ 0 ต่อ 3 คือสกอในนัดนี้
ฝ่ายไหนยิงฝ่ายไหนคงไม่ต้องเอ่ย
แต่ไม่ว่าทีมชาติไทยจะเล่นห่วยขนาดไหนก็ยังเชียร์แหละ
เพราะ บอลนอกแค่สะใจ แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด